Monthly Archive: กรกฎาคม 2020

ครองแครงน้ำกะทิ

ขนมครองแครงน้ำกะทิดอกอัญชัน เมนูขนมหวานแสนอร่อย

ครองแครงน้ำกะทิ

ครองแครงน้ำกะทิ มีส่วนผสมดังนี้
แป้งมัน 4 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
ดอกอัญชัน 20 ดอก
กะทิ 2 กล่อง
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำตาลทรายขาว
ใบเตย
งาขาวคั่ว

วิธีทำเริ่มจาก แบ่งครึ่งแป้งทั้ง 2 ชนิด นำแป้งมันผสมกับแป้งข้าวเจ้าแบ่งใส่กะละมังไว้ 2 ใบ ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่ดอกอัญชันลงไป รอจนน้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มแล้วจึงตักดอกอัญชันออก แบ่งน้ำดอกอัญชันที่ต้มเดือดแล้วค่อย ๆ เทลงไปในกะละมังแป้งใบแรก รีบคนจนเข้ากัน เพราะถ้าคนช้าแป้งจะสุกเกินไป คนเสร็จก็ใช้มือนวดต่อ แบ่งเป็นก้อนเล็ก ๆ และนำน้ำดอกอัญชันที่เหลือมาเติมน้ำเปล่าแล้วตั้งไฟให้เดือดอีกรอบ เทใส่แป้งที่แบ่งไว้อีกครึ่งหนึ่ง นวดจนเข้ากันและแบ่งเป็นก้อนเล็ก นำก้อนแป้งที่เตรียมไว้มาคลึงให้เป็นเส้นยาว ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางไม่ควรเกิน 1 เซนติเมตร เพราะครองแครงจะตัวใหญ่เกินไป พอคลึงแล้วก็ตัด เสร็จแล้วก็เอามากดลงบนพิมพ์กดทำครองแครง เอานิ้วมือถูแป้งไปด้านหน้า แป้งก็จะม้วนตามนิ้ว ทำจนแป้งหมด นำหม้อมาใส่น้ำแล้วตั้งไฟกลางไปทางแรง อาจจะใส่ใบเตยไปด้วย พอเดือดใส่ตัวครองแครงลงไปต้ม ประมาณ 30 วินาทีหรือจนสุก พอตักขึ้นมาแล้วก็ไปล้างน้ำ พักไว้
ตั้งหม้อใช้ไฟอ่อน เติมกะทิ เกลือ น้ำตาลทราย และใบเตย พอกะทิเดือดใส่ครองแครงลงไป รอเดือดอีกรอบปิดไฟ โรยงาคั่ว ตักใส่ถ้วย พร้อมรับประทาน…

ขนมบัวลอยกะทิสดแตงโม แสนอร่อย

บัวลอยกะทิสดแตงโม

บัวลอยกะทิสดแตงโม มีส่วนผสมดังนี้

แป้งข้าวเหนียว
สีเขียว (น้ำใบเตย)
สีเหลือง (เนื้อฟักทอง)
สีม่วง (น้ำอัญชัน)
สีชมพู (กลิ่นกุหลาบ)
งาขาว
งาดำ
กะทิสด
ใบเตย
เกลือ
น้ำตาลทราย

วิธีทำขนมบัวลอยกะทิสดแตงโม เริ่มจากผสมแป้งข้าวเหนียวกับสีที่เตรียมไว้ จะได้ 4 สี (สีชมพูจะเข้มขึ้น เพราะว่าใส่น้ำหวานกลิ่นสละเฮลซ์บลูบอยเพิ่มให้สีสวยขึ้น) ปั้นให้เป็นรูปแตงโม ซึ่งปั้นแป้งสีเหลือง แป้งสีชมพู และแป้งสีม่วงให้กลม พักไว้ จากนั้นปั้นแป้งสีเขียวให้กลมแล้วรีดให้เป็นแผ่นแบน นำไปห่อแป้งสีเหลือง แป้งสีชมพู และแป้งสีม่วงจนหมด แล้วปั้นเป็นก้อนกลม ผ่าครึ่งแป้งแตงโมแต่ละก้อนแล้วแบ่งเป็นเสี้ยวตามต้องการ นำงาขาวหรืองาดำแปะที่เนื้อแตงโมให้สวยงาม ต้มน้ำจนเดือด ใส่แป้งบัวลอยรูปแตงโมลงไปต้มจนสุกถ้าหากสุกแล้วแป้งจะลอยขึ้น ตักใส่น้ำเย็นพักไว้ ต้มกะทิใส่ใบเตย และเกลือเล็กน้อย และน้ำตาลทราย พอน้ำตาลละลายใส่แป้งบัวลอยรูปแตงโมลงไป จะกินแบบเย็นหรือร้อนก็ได้ หรือรอให้เย็นก่อนค่อยตักเสิร์ฟในลูกแคนตาลูปก็ได้…

ลอดช่องน้ำกะทิ

ลอดช่องน้ำกะทิ ขนมหวานรสชาติอร่อยเข้มข้น หวานมัน

ลอดช่องน้ำกะทิ อร่อยเข้มข้น หวานมัน

ลอดช่องน้ำกะทิ ส่วนผสมน้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บ 3+1/2 ถึง 4 ถ้วย เกลือป่น 1 ช้อนชา กะทิ 5 ถ้วย

ส่วนผสมของตัวลอดช่อง ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ปอนด์ น้ำปูนใส 9 1/2 -10 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย แป้งถั่วเขียว 4 ช้อนโต๊ะ น้ำเย็นจัด น้ำแข็งทุบ

วิธีทำลอดช่อง เริ่มจากทำน้ำกะทิโดยใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และกะทิลงในอ่างผสม ใช้มือขยำส่วนผสมเข้าด้วยกันจนน้ำตาลปี๊บละลายเข้ากันดี กรองด้วยตะแกรง นำส่วนผสมน้ำกะทิขึ้นตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวจนน้ำกะทิใกล้เดือด (ให้ส่วนผสมเดือด

เฉพาะตรงกลาง ไม่เดือดพล่าน เพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน) ประมาณ 10-15 นาที ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น เตรียมไว้ (สามารถทำไว้ล่วงหน้าหรือทำทิ้งไว้ข้ามคืนได้) ใส่ใบเตยลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำปูนใส 6-7 ถ้วย ปั่นจนละเอียด จาก

นั้นคั้นเอาเฉพาะน้ำ เตรียมไว้ ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งถั่วเขียวลงไปในน้ำใบเตย โดยปล่อยให้แป้งค่อย ๆ จมลงไปในน้ำจนหมด (เทคนิค คือ ปล่อยให้แป้งจมลงไปในน้ำเอง รอประมาณ 1 นาที โดยไม่ต้องคน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า แป้ง

จะได้ไม่จับตัวเป็นก้อน และละลายเข้ากับน้ำทั้งหมด) พอแป้งจมลงหมดแล้ว ค่อย ๆ คนผสมจนเข้ากันดี จากนั้นกรองด้วยตะแกรง เตรียมไว้

ใส่ส่วนผสมลงในกระทะก้นลึกขนาดใหญ่ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง กวนผสมตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง พอแป้งเริ่มเหนียว ค่อย ๆ เทน้ำปูนใสที่เหลือลงไปจนหมด กวนจนส่วนผสมเหนียว และมีสีใส ตักส่วนผสมแป้งใส่เครื่องกดลอดช่อง กดแป้งเป็นเส้น ๆ ลงในน้ำเย็นจัด จากนั้นตักส่วนผสมขึ้น ใส่ลงในถ้วย ตามด้วยน้ำกะทิที่เตรียมไว้ และน้ำแข็ง พร้อมรับประทาน ขนมหวานรสชาติอร่อยเข้มข้น หวานมัน

 

ลอดช่องน้ำกะทิ

ขนมครกโบราณ

การทำ ขนมครกโบราณ สมัยใหม่ !!

ขนมครกโบราณ

การทำ ขนมครกโบราณ มีส่วนผสมดังนี้ แป้งขนมครก มี 1.แป้งข้าวเจ้า 1 1/4 ถ้วย ข้าวสุก 1/3 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย เกลือสมุทร 1 ช้อนชา น้ำปูนใส 1/4 ถ้วย หัวกะทิ 1 ถ้วย หางกะทิ 1/2 ถ้วย

ส่วนผสมของหน้ากะทิ หัวกะทิ 3/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม หน้าขนมครก ต้นหอมซอย เผือกหั่นเต๋าเล็กๆ เม็ดข้าวโพด น้ำมันพืช (สำหรับทาเบ้าขนมครก)

วิธีทำแป้งขนมครก เริ่มจากนำส่วนผสมตัวแป้ง ทั้งแป้งข้าวเจ้า ข้าวสุก น้ำตาลทราย เกลือสมุทร น้ำปูนใส หัวกะทิ และหางกะทิ ไปปั่นด้วยเครื่องปั่นให้ละเอียดเข้ากันเป็นเนื้อเดียว เทใส่ภาชนะแล้ววางพักทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที

วิธีทำหน้ากะทิ เริ่มจาก ผสมหัวกะทิ น้ำตาลทราย และเกลือสมุทรเข้าด้วยกัน คนผสมจนน้ำตาลทรายละลายแล้วค่อย ๆ ใส่แป้งข้าวเจ้าลงไป คนผสมให้ละลายเข้ากันดี เตรียมไว้

วิธีทำขนมครกมีดังนี้

เริ่มจากนำเบ้าขนมครกขึ้นตั้งใฟให้ร้อน ใช้ไฟปานกลาง ทาน้ำมันให้ทั่วหลุมแล้วตักแป้งหยอดลงไปประมาณ 3/4 ของหลุม
พอแป้งเริ่มเซตตัว ให้ตักส่วนผสมหน้ากะทิหยอดทับลงไปให้เต็มแล้ว ปิดฝาขนมครก พอขนมเริ่มสุก ให้เปิดฝาโรยหน้าด้วยเผือก ข้าวโพด และต้นหอมซอย เมื่อขนมสุกใช้ช้อนแคะขนมออกจากเบ้า จัดใส่จาน พร้อมรับประทาน

 

ขนมครกโบราณ

ปีโป้นมสด

ปีโป้นมสด สูตรขนมเมนูอร่อย

ปีโป้นมสด

ปีโป้นมสด ส่วนผสม ปีโป้ 10 ชิ้น หั่นเป็นชิ้นๆ ผงวุ้น 5 กรัม น้ำตาลทราย 80 กรัม น้ำ 250 กรัม นมสด 250 กรัม พิมพ์สปริงฟอร์มขนาดเล็ก

วิธีทำ เริ่มจากเทน้ำลงในหม้อ ตามด้วยผงวุ้น รอให้ผงวุ้นจมลงไปในน้ำแล้วใส่น้ำตาลทราย คนให้ส่วนผสมละลาย เปิดไฟต้มวุ้น ค่อย ๆ คนไปเรื่อย ๆ จนวุ้นเดือด เติมนมลงไปคน ๆ ต่อประมาณ 2-3 นาที ปิดไฟ แล้วใส่ปีโป้ในพิมพ์เค้ก พอวุ้นอุ่นจึงเท

ลงในพิมพ์ นำไปแช่ตู้เย็น 3 ชั่วโมง พอวุ้นเซตตัวดีแล้วก็แกะออกจากพิมพ์จัดใส่จานพร้อมรับประทาน…

ข้าวเหนียวหน้านวล

ขนมไทย เมนูกะทิ ข้าวเหนียวหน้านวล

ข้าวเหนียวหน้านวล

ส่วนผสม ข้าวเหนียวหน้านวล

1.ข้าวเหนียวใหม่ 1/2 กิโลกรัม
2.ถั่วดำ 1 ถ้วย
3.หัวกะทิ 1 ถ้วย
4.แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต้ะ
5.น้ำตลาทราย 3 ช้อนโต้ะ
6.เกลือ 2 ช้อนชา
7.หางกะทิ 1 ถ้วย
8.ทองหยิบ 3 – 5 ชิ้น
9.ทองหยอด 3 – 5 ชิ้น
10.ฝอยทอง

วิธีทำ

ล้างข้าวเนียวให้สะอาด แช่น้ำไว้ 3 ชั่วโมง และล้างถั่วดำ และแช่ไว้ประมาณ 3 ชั้วโมง จากนั้นนำถั่วดำไปต้มให้นิ่มและพักเอาไว้รอสำหรับแต่งหน้าข้าวเหนียว นำ หางกะทิ ผสมกับ เกลือ 1 ช้อนชา และ น้ำตาล 2 ช้อนชา ผสมให้ น้ำตาล และ เกลือ ละลายเข้ากัน จากนั้นพักไว้ก่อน เตรียม นึ่งข้าวเหนียว โดย เอา ข้าวเหนียว ใส่ถาดผสมกับกะทิที่เตรียมไว้แล้ว นำไปนึ่งประมาณ 45 นาที จะได้ข้าวเหนียวมูน ในถาด เตรียม น้ำกะทิ ราดข้าวเหนียว น้ำหัวกะทิ ผสมกับน้ำตาล 2 ช้อนโต้ะ เกลือ 1 ช้อนชา และแป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน นำ หัวกะทิ ไปราดที่ข้าวเหนียวนึ่ง และนึ่งต่อ 15 นาที จะได้ ข้าวเหนียวหน้านวลจากนั้นนำมาพักให้เย็นก่อน ตัดข้าวเหนียว เป้นท่อนสี่เหลี่ยม และ แต่งหน้าด้วย ถั่วดำ ทองหยิบ ทองหยอด หรือ ฝอยทอง ขนมไทย แสนอร่อยตามใจชอบได้เลยคะ…

มันสำปะหลังเชื่อม

ขนมมันสำปะหลังเชื่อม น้ำตาลซึมเข้าวัตถุดิบ เกิดความหวานถึงเนื้อในของวัตถุดิบ ขนมมันเชื่อม

มันสำปะหลังเชื่อม

ส่วนผสม มันสำปะหลังเชื่อม

1.มันสำปะหลัง 2 หัว ปลอกเปลือก และ หั่นเป็นชิ้นพอคำ
2.น้ำตาล 1 กิโลกรัม
3.น้ำเปล่า 2 ถ้วย
4.เกลือ 2 ช้อนชา
5.แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต้ะ ( นำมาละลายน้ำ )
6.หัวกะทิ 1 ถ้วย

วิธีทำ เริ่มจาก เตรียมหัวกะทิ โดย นำ หัวกะทิ มาต้มกับ แป้งข้าวโพด และ เกลือ 1 ช้อนชา ต้มให้ หัวกะทิ ออกจะเหนียว จากนั้นก็นำมาพักไว้ก่อนรอทานกับมันเชื่อม นำ มันสำปะหรัง ไปนึ่งให้สุกก่อน จากนั้นนำออกมาพัก เคี่ยวน้ำตาล และ น้ำเปล่า เติมเกลือลงไป 1 ช้อนชา จากนั้นนำ หัวมัน ลงไปต้มกับ น้ำเชื่อม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ สังเกตุจนน้ำเขื่อมเริ่มงวดและน้ำเชื่อมซึมเข้าไป เนื้อมัน จนทั่ว ก็เป็นอันเสร็จ เสริฟ มันเชื่อม พร้อมด้วย หัวกะทิ แสนอร่อย…

ขนมทองหยอด

ขนมมงคล ตระกูลทอง ขนมทองหยอด ขนมไทยหวานๆ

ขนมทองหยอด

ส่วนผสมสำหรับทำ ขนมทองหยอด

ไข่เป็ด 20 ฟอง ( แยกเอาเฉพาะไข่แดง )
แป้งข้าวจ้าว 0.5 กิโลกรัม
ใบเตย 5 ใบ
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
น้ำลอยดอกมะลิ 3 ลิตร

วิธีทำ เริ่มจากการเตรียมน้ำลอยดอกมะลิ นำน้ำสะอาด มาแช่ดอกมะลิ ทิ้งเอาไว้ก่อน 1 คืน ดอกมะลิที่ใช้ในการแช่น้ำลอยดอกไม้ ให้ใช้ดอกมะลิที่เด็ดตอนกลางคืน จะได้กลิ่นหอมของดอกไม้
เริ่มผสมแป้ง นำไข่เป็ด 20 ฟอง ที่แยกไข่แดงนั้น มาตีให้ขึ้นฟู จากนั้นผสมแป้งข้าวจ้าว ตีให้ส่วนของไข่แดงและแป้งเข้ากัน จะได้แป้งสำหรับหยอดน้ำ เตรียมน้ำเชื่อม ให้ใช้ น้ำลอยดอกมะลิ นำมาต้มให้เดือด ใส่ใบเตยลงไปต้ม ปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย และ เกลือ เคี้ยวไฟอ่อนๆ ให้น้ำเชื่อมหวานกลมกล่อม เริ่มหยอดแป้ง โดยให้เร่งไฟน้ำเชื่อมให้เดือด จากนั้น นำแป้งมาหยอดลงในหม้อน้ำเชื่อม แป้ง เมื่อลงไปในน้ำเชื่อม ก็จะสุก และ มีลักษณะของหยดน้ำ ต้มให้แป้งสุก โดยสังเกตุว่าแป้งสุกก็จะลอยขึ้นมา ก็จะสามารถเสริฟใส่จานพร้อมรับประทานได้คะ…

ขนมกล้วยโบราณ

สูตรขนมกล้วยโบราณ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย หาทานยาก

ขนมกล้วยโบราณ

ส่วนผสมสำหรับทำ ขนมกล้วยโบราณ

1.กล้วยน้ำว้า 2 หวี เลือกกล้วยสุก
2.แป้งข้าวจ้าว 1 ถ้วยตวง
3.น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต้ะ
4.แป้งท้าวยายม้อม 3 ช้อนโต้ะ
5.แป้งมัน 2 ถ้วยตวง
6.เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูด 1 ถ้วย
7.หัวกะทิ 1 ถ้วย
8.เกลือ 1 ช้อนชา

ขนมกล้วยโบราณ

วิธีทำ เริ่มจากการนำเนื้อมะพร้าวทึนทึกไปนึ่งให้สุกก่อน แล้วนำกล้วยมาปลอกเปลือก เอาเนื้อของกล้วยน้ำว้าสุก มาบดจนละเอียด เป็นเนี้อเดียวกัน ปรุงรสด้วย เกลือ และ น้ำตาลทราย กวนให้น้ำตาลและเกลือ เข้ากับเนื้อกล้วยก่อน
ใส่ แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า แป้วท้าวยายม่อม และ หัวกะทิ นำมาผสมกันให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
นำ เนิ้อมะพร้าวขูดส่วนหนึ่ง และ แป้งผสมกะทิ นำมาผสมในกล้วยบด นำมากวนให้แป้งกะทิ เข้ากับเนื้อกล้วยบด จะได้เนื้อกล้วยที่พร้อมสำหรับนำมานึ่ง
นำกล้วยบด มาเทลงบนแม่พิมพ์ที่จัดเตรียมไว้ จากนั้นนำไปนึ่งในหม้อนึ่ง ที่ร้อนจัด นำไปนึ่ง 45 นาที ก็จะได้ขนมกล้วยนึ่งแสนอร่อย เสริฟ ขนมกล้วยและโรยด้วยเนื้อมะพร้าวขูด…

สูตรสังขยาฟักทอง

ง่ายสุด สูตรเด็ดสังขยาฟักทอง ขนมไทย รสละมุน

สูตรสังขยาฟักทอง ขนมไทย รสละมุน

สูตรสังขยาฟักทอง ส่วนผสม

ฟักทองแก่ๆขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 นิ้ว

ไข่ไก่เบอร์ 0 จำนวน 4 ฟอง

น้ำตาลปี๊บอย่างดี 200 กรัม

หัวกะทิ 1ถ้วย

เกลือป่นเพียงเล็กน้อย

ใบเตย 3-4 ใบ

สูตรสังขยาฟักทอง

วิธีทำสูตรเด็ดสังขยาฟักทอง

เริ่มจากเจาะฝาด้านบนฟักทองทรงสี่เหลี่ยมหรือทรงกลมตามใจชอบ เปิดออก ใช้ช้อนตักเมล็ดออกจนหมด ล้างให้สะอาด คว่ำให้สะเด็ดน้ำ ตอกไข่ลงชาม ใส่กะทิ น้ำตาล เกลือ และใบเตย ขยำจนไข่และน้ำตาลเป็นเนื้อเดียวกัน นำมากรองลงในลูกฟักทอง
ต้มน้ำให้เดือด วางฟักทองลงในถ้วยแล้วนำฟักทองไปนึ่ง แต่ถ้าฟักทองไม่พอดีกับถ้วยให้ใช้เชือกมัดตรงกลางลูกให้แน่นๆ แล้วนำไปนึ่งประมาณ30นาที หรือจนสุก พร้อมรับประทาน…